เหตุใด Recurve Bow จึงนิยมใช้ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก

3
เหตุใด Recurve Bow จึงนิยมใช้ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก เกมส์

หากใครเป็นผู้ที่ชื่นชอบในการยิงธนูมากๆ คงจะได้เห็นตัวละครที่ชื่นชอบที่มีความสามารถในการยิงธนู  ไม่ว่าจะ Hawk Eye, Robin Hood, Katniss Everdeen, เล่อขิ่น รวมไปถึงภาพยนตร์บางเรื่องที่ยังมีฉากยิงธนูให้เห็นกันบ้าง  เช่น Blade, Rambo และภาพยนตร์เรื่องอื่นอีกมากมายที่มีฉากยิงธนูบ้าง

การยิงธนูก็เหมือนเป็นการยิงธนูเพื่อสู้รบกับฝ่ายตรงข้ามในระยะไกล เงียบ  แม่นยำในการเล็งมากกว่า  แต่ถ้ามองในมุมมองด้านกีฬา  ยิงธนูถือว่าเป็นกีฬาที่รอคอยความหวังในการคว้าเหรียญรางวัลกลับมาให้คนไทยทั้งประเทศได้ชื่นใจสักครั้งบ้าง  แม้ว่าจะได้จากการแข่งขันในโอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อนที่ Buenos Aires 2018 จากเหรียญเงินนักยิงธนูของไทยจาก “อิทธิวัฒน์  สร้อยทอง”  จากประเภททีมผสม

เหตุใด Recurve Bow จึงนิยมใช้ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก

สาเหตุที่ธนูโค้งกลับจัดแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์

จะพูดถึงการยิงธนูในการแข่งขัน  ซึ่งจะทำการแข่งขันทั้งโอลิมปิกผู้ใหญ่และโอลิมปิกเยาวชนในประเภทเดียวนั่นก็คือ Recurve Bow หรือยิงธนูประเภทโค้งกลับ ด้วยความที่เป็นรูปทรงคันธนูที่ดูทรงเสน่ห์  มีความขลังอยู่ จะอธิบายเป็นข้อๆ ว่าเพราะอะไรถึงนิยมแข่งในโอลิมปิกเกมส์ล่ะ?

  1. ยังมีเค้าเดิมตามกีฬาโอลิมปิกโบราณอยู่

ธนูประเภทโค้งกลับเป็นธนูที่พัฒนามาจาก Traditional Bow หรือธนูแบบดั้งเดิม  ซึ่งเคยพัฒนาเป็นอาวุธเพื่อทำการล่าสัตว์  ทำเป็นอาวุธป้องกันตัวและป้องกันเขตแดนเมื่อ 40,000 ปีตั้งแต่ดึกดำบรรพ์เลย  และมีหลักฐานตามประวัติศาสตร์อียิปต์  กรีก  โรมัน  จีน  และหลายชาติทั่วโลกได้บันทึกว่ามีการนำธนูใช้เป็นอาวุธร่วมด้วย  เหตุเพราะยังมีความขลังและมีความร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน  สามารถจัดการแข่งขันในมหกรรมใหญ่ๆ เพื่อชิงเหรียญรางวัลแทน  เป็นการอนุรักษ์ความดั้งเดิมในความเป็นสากล

เหตุใด Recurve Bow จึงนิยมใช้ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก

  1. การยิงที่ท้าทายกว่า

อันดับแรกการยิงธนูแบบโค้งกลับ (Recurve Bow) และการยิงธนูแบบทดกำลัง (Compound Bow)  การใช้งานจะแตกต่างกันมาก  เพราะการยิงธนูแบบทดกำลังง่ายกว่าแบบโค้งกลับเสียอีก  เนื่องด้วยแบบโค้งกลับมีน้ำหนักแรงดึงค่อนข้างมาก  เพิ่มอัตราการเล็งเป้ามากกว่า ต้องใช้ความแม่นยำในการฝึกมากกว่าแบบทดกำลังที่มีรอกสองตัวบนด้านบนและด้านล่างของคันธนูช่วยเพิ่มแรงยิงการพุ่งไวได้มากกว่า  การยิงประเภทโค้งกลับจึงกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายทางกายภาพ  และชีวกลศาสตร์ทางการกีฬาชัดเจน  และในขณะเดียวกันด้วยระยะที่ประเภทโค้งกลับยิงในระยะไกลถึง 70 เมตร และประเภททดกำลัง 50 เมตร  จึงต้องใช้เวลาซ้อมและสร้างสมาธิมากกว่าประเภททดกำลังอย่างมาก

  1. ลดความได้เปรียบเสียเปรียบ

การยิงธนูทั้งสองประเภทจะเหมือนกันตรงที่สายตา หากในการแข่งขันมหกรรมกีฬาใหญ่ๆ จะใช้ประเภทเดียวคือประเภทโค้งกลับเพื่อลดการโกงหรือวัดกันที่ความสามารถของคนที่ยิง  หรือวัดที่กึ๋นของนักกีฬาได้ชัดเจนแม้ว่าจะมีอุปกรณ์ในการฝึกซ้อมเข้าช่วยก็ตาม  การยิงธนูประเภทโค้งกลับจะต้องมีการฝึกการเล็ง  การประมาณสายตาที่แม่นยำ รวมไปถึงการโฟกัสที่ดี  จึงเป็นสิ่งที่ควรมีมากในประเภทโค้งกลับ  แต่ในขณะเดียวกันการยิงธนูประเภทโค้งกลับก็เป็นการสร้างพื้นฐานการฝึกยิงจาก Barebow หรือยิงธนูสำหรับฝึกใหม่  นำไปต่อยอดในการยิงธนูประเภทอื่นๆ เข้าช่วย

เมื่อได้เห็นภาพรวมของการยิงธนูว่าทำไมถึงต้องเป็นโค้งกลับ  เพราะจะหานักกีฬาที่มีความชำนาญ  เก๋าฝีมือในการแข่งขันจะต้องฝึกซ้อมหนักกว่าประเภทอื่นพอสมควร ส่วนใครที่สนใจต้องถามตนเองก่อนว่าชอบประเภทไหน  ชอบเพราะอะไร  หรือมีเป้าหมายอะไรกับกีฬาชนิดนี้ เพราะความชอบแต่ละคนไม่เท่ากันอยู่แล้ว  ผู้เขียนอยากให้ลองดูก่อน  ถ้าชอบก็ลุยต่อ  แต่ถ้าไม่ชอบก็เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นดู  การยิงธนูถ้าไม่มองในด้านการแข่งขันก็สามารถช่วยในการดึงตัวเอง  โฟกัสที่ตัวเองให้เป็น  เพื่อทำให้ฝึกการลำดับความคิดของตนเองเป็นระบบเช่นกัน

#ยิงธนู

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


About us

อัตเดตข่าวใหม่ ครบถ้วนข่าวสาร วงการกีฬาทั้งไทย และต่างประเทศ รวบรวมข่าวสารข้อมูลนักเตะ สรุปผลการแข่งทุกลีคไว้ที่นี่ Soccer News  บาสเกตบอลNBA เพลย์ออฟจัดเต็ม ข่าวสาร Basketball ทุกซีซั่น ร่วมลุ้นชมกับความมันส์ Boxing Update วงการมวย ศึกกำปั้นชนกำปั้น บนสังเวียนเดือด ข่ารสารวงการความเร็ว  Motosports Insight อัพเดตนักแข่ง F1 ผลการแข่งขัน MotoGP ทุกสนาม


CONTACT US

CALL US ANYTIME